จีโอสตอร์ม เมฆาถล่มโลก

จีโอสตอร์ม เมฆาถล่มโลก Geostorm (2017 เรื่องย่อ ภาพยนตร์ระทึกขวัญสร้างความสงสัย เกิดเรื่องราวที่เกิดขึ้นภายหลังโลกกำเนิดภัยพิบัติทางธรรมชาติติดต่อกัน หัวหน้าโลกได้ร่วมมือกันสร้างระบบดาวเทียมควบคุมอากาศโลกรวมทั้งรักษาความปลอดภัยเพื่อทุกคน แต่ว่าเวลานี้กลับเกิดความบกพร่อง ระบบสร้างการปกป้องคุ้มครองโลกต่อสู้กับลักษณะอากาศ จนถึงพวกเราจำต้องแข่งกับเวลาเพื่อหาภัยคุกคามที่แท้จริงก่อนที่จะจีโอสตอร์มทั้งโลกจะกำจัดทุกสิ่งทุกอย่าง… และทุกคนไปด้วย

จีโอสตอร์ม เมฆาถล่มโลก

Geostorm เมฆากระหน่ำโลก

นังมันยำๆกันมั่วเลอะเทอะเปรอะเปื้อน ขี้คุยกระจัดกระจาย แต่บันเทิงใจแฮะ  ภาพยนตร์ระทึกขวัญสร้างความสงสัย เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นภายหลังจากโลกกำเนิดภัยทางธรรมชาติต่อเนื่องกัน ผู้นำโลกได้ร่วมมือกันสร้างระบบดาวเทียมควบคุมอากาศโลกและรักษาความปลอดภัยเพื่อทุกคน แต่ตอนนี้กลับกำเนิดความบกพร่อง ระบบสร้างการป้องกันโลกต่อสู้กับสภาพอากาศ จนจำต้องแข่งกับเวลาเพื่อหาภัยคุกคามที่แท้จริงก่อนที่จะจีโอสตอร์มทั่วทั้งโลกจะกำจัดทุกๆสิ่งทุกๆอย่าง… และทุกคนไปด้วยเอาจริงเอาจังๆหนังมันจำเป็นต้องมองแบบไม่ต้องคิดอะไรเลยจ๊าถึงจะสนุกสนานได้ ด้วยเหตุว่าหนังมันเรียกว่าจับโน่นจับนี่มาใส่โดยไม่ต้องคิดอะไรมากมาย

จากที่เข้าใจว่ามันเป็นหนังมหันตภัย มันกลับไม่เป็นเช่นนั้น จีโอ สตอร์ม เมฆาถล่มโลก มันแปลงเป็นแอ็คชั่นหักมุมที่ทายใจได้ไม่ยากแม้แต่น้อย แต่หนังกลับเล่าเรื่องได้บันเทิงใจแบบเพลินๆถึงหนังจะเกี่ยวโยงกับการบ้านการเมืองรวมทั้งนักวิทยาศาสตร์ทั้งเรื่องแต่คำศัพท์ยากๆไม่มีโผล่ออกมาเท่าไหร่ ทำให้ง่ายต่อการทำความเข้าใจแล้วก็ “ทายใจ” ตอนสุดท้ายของมัน ซึ่งความดีเลิศก็คือ ถึงจะเดาง่ายแม้กระนั้นก็ไม่กร่อยที่บอกว่าหนังมันผิดจากที่คิดมิได้เป็นหนังมหันตภัยนั้น เพราะหนังมันมีหลายมุมมากๆไม่ว่าจะเป็น แอ็คชั่นไล่ล่า หนังก่อวินาศกรรม หนังอวกาศ แถมด้วยดราม่าลูกพี่ลูกน้อง กับบิดาลูกอีกเล็กๆซึ่งไม่ต้องหาเหตุผลหรอกว่ามันมารวมอยู่ในเรื่องเดียวกันได้ยังไง แต่ว่าหนังก็ยำออกมาได้เพลิดเพลินอย่างยิ่งจริงๆ

รีวิว Geostorm |จีโอสตอร์ม เมฆาถล่มโลก

เมื่อโลกทุกๆวันนี้ มีหลักฐานที่ทำให้เห็นชัดขึ้นทุกๆวัน ว่าสภาวะอากาศของโลกกำลังเปลี่ยนแปลงไป จะด้วยปรากฏการณ์เรือนกระจกหรือสภาวะโลกร้อน จีโอสตอร์ม เมฆาถล่มโลก หรืออะไรก็ตาม ก็กำลังเริ่มจะมีภาพยนตร์บางเรื่องที่จับเอามุมดังกล่าวมาแล้วข้างต้นมาสร้างเป็นพล็อตหนัง ‘Geostorm’ เมื่อธรรมชาติชักจะเลว แล้วก็มนุษย์อยากได้เอาชนะมันหน้าหนังมีความเป็นหนังหายนะได้ราวๆหนึ่ง ภาพที่มองเห็นจากแบบอย่าง มันเป็น ลักษณะของอากาศของโลกที่หนักหน่วง หนังควบคุมฯ​ โดย Dean Devlin ผู้ที่เคยร่วมควบคุมซีรีส์ทางทีวีอย่าง ‘The Librarians’ และ ‘Leverage’ แน่ๆ คนประเทศไทยส่วนมากไม่รู้ผลงานของเขาอย่างแน่นอน

ว่ากันถึงส่วนประกอบแล้ว หนังประเด็นนี้มีครบสำหรับหนังเภทภัยครับผม คือมีตัวละครฮีโร่กู้โลก มีภาพเภทภัย ภาพระเบิด ภาพตึกถล่ม มีเงื่อนไขที่เป็นหายนะสุดยอด แล้วก็ที่ห้ามให้ขาดเลยเด็ดขาดคือมีเหตุให้เราลุ้นจนกระทั่งนาทีในที่สุดแต่ต่อนี้ไประดับความชื่นชอบของหนังก็อาจแตกต่างกันไปสำหรับแต่ละคน เพราะบางบุคคลก็บางครั้งก็อาจจะโอเคกับสิ่งที่หนังพรีเซนเทชั่น แต่ว่าบางคนก็บางทีอาจคิดว่ามันยังไม่สุด ยังบันเทิงใจได้อีก ซึ่งก็จะต้องสุดแต่ความชอบจริงๆครับผม

เรื่องราวว่าด้วยโลกในปี 2019 เมื่อเกิดภัยทางธรรมชาติหลายครั้ง

จัดจนถึงควรจะมีคนคิดระบบคุมลักษณะอากาศมาเพื่อกู้วิกฤติ หมายคือพระเอกของเรานามว่า เจค ลอวสัน (Gerard Butler) ซึ่งระบบที่ว่าสามารถหยุดหายนะทางธรรมชาติได้ วิ่งสู้ฟัด 5 ตั้งแต่ตอนที่มันเริ่มก่อตัวแม้กระนั้นแล้วกลับมีบางบุคคลมานะยึดเจ้าระบบที่ว่ามาใช้ในทางหายนะครับผม เจคเลยต้องหาทางระงับ โดยร่วมมือกับแม็กซ์ (Jim Sturgess) น้องชายของเขา ซึ่งถ้าพวกเขาไม่สามารถหยุดมันได้ โลกก็จะเจอกับหายนะขั้นร้ายแรงทีเดียว

เรื่องย่อหนัง ‘Geostorm’

เมื่อโลกกำลังไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศจนก่อให้เกิดอันตรายต่ออนาคตมนุษยชาติ และก็โครงงานชาวดัตช์บอยที่ได้รับความร่วมแรงร่วมมือจากชาติใหญ่ๆของโลกก็ถูกก่อตั้งขึ้นเพื่อความมีชีวิตรอดของเหล่ามนุษย์โลก โดยมีหัวหอกเป็น เจค (Gerard Butler) คนที่สร้างมันมากับมือมันเป็นโครงงานใหญ่มาก ใช้ดาวเทียมจากหลายๆชาติเป็นเครือข่ายเดียวกัน เชื่อมต่อกับสถานีอวกาศ คอยควบคุมสภาพการณ์อากาศโลกจากด้านบน ทำให้มนุษย์รอดพ้นจากอากาศที่ร้ายแรงได้อยู่หลายปี แต่ทว่าแผนการยักษ์นี้กำลังจะถูกเปลี่ยนมือ[br]มื่อดัตช์บอย ดาวเทียมป้องกันภัยหายนะโลกกำเนิดปัญหาทำให้ลูกพี่ลูกน้องเครือญาติลอสันที่ไม่ค่อยลงรอยกันอย่าง เจค (เจอราด บัตเลอร์) และ แม็กซ์ (จิม สเตอเจสส์)จำเป็นต้องร่วมมือกันหาทางปิดระบบก่อนเกิดมหาภัยหายนะทั่วโลก แม้กระนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นอาจมีผู้อยู่เบื้องหลัง งานนี้ทั้งคู่ลูกพี่ลูกน้องและก็ ซาราห์ วิลสัน (แอบบี้ คอร์นิช)ผู้อารักขาประธานาธิบดี

ต้องร่วมมือกันหาทางยับยั้งแผนก่อการร้ายและหาตัวคนชักใยมหันตภัยก่อนทุกสิ่งจะสายเกินความจำเป็นดีน เดฟลิน คือโปรดิวเซอร์หนังใหญ่ๆมากมายโดยยิ่งไปกว่านั้น Independence Day อีกทั้ง 2 ภาคและก็หนังหลายเรื่องของผู้กำกับ โรแลนด์ เอ็มเมอริช เจ้าพ่อหนังล้างโลกคนมีชื่อเสียง จีโอสตอร์ม เมฆาถล่มโลก ทำให้โปรไฟล์ของเขามีแม้กระนั้นหนังสเกลใหญ่ๆและมักเกี่ยวข้องกับภัยที่คุกคามโลก ฉะนั้นพอได้จังหวะมานั่งเก้าอี้ผู้กำกับทีแรกจึงเลือกทำหนังที่ตัวเองเอาอยู่อย่างหนังภัยอันตรายล้างโลก แต่ว่าจะทำอีกครั้งรอยเดิมก็ใช่ที่ จึงได้เติมแนวคิดคบคิดให้กับมิจฉาชีพของเรื่อง จนได้ Geostorm หนังลูกผสมระหว่างหนังแอ็คชั่น วินาศกรรม กับ หนังไซไฟหายนะโลก

ซึ่งจากภาพรวมของหนังก็จำต้องสารภาพว่า ดีน เดฟลิน สอบผ่านอย่างงดงาม ด้วยเหตุว่าแทบไม่มีสักนาทีเลยที่ตัวละครจะคุยเรื่องข้อมูลวิทยาศาสตร์กันแบบน่าเบื่อ เพราะเพียงพอหนังให้ข้อมูลไม่ทันไร อีกไม่กี่นาทีถัดมาก็จะต้องมีฉากวินาศสันตะโร ตามมาตลอด เรียกกล้วยๆว่านี่คือหนังรื่นเริงบริโภคง่าย ไม่ต้องคิดเยอะแยะ แม้กระนั้นก็จำต้องแลกเปลี่ยนด้วยความมีเหตุมีผลของเรื่องราวดูๆและเชื้อเชิญให้ระลึกถึง The Day After Tomorrow,2012 แล้วมายำรวมกับ Olympus has Fallen โดยถ้ามองเป็นสเกลแล้ว

หนังก็จะมองใหญ่กว่า Olympus และมีขนาดย่อมกว่า 2 หนังเภทภัยข้างต้นขอรับเห็นด้วยว่าก่อนดูก็หารสองทางอารมณ์ไปพอเหมาะพอควร เป็นเพียงพอจะรู้น่ะครับว่ามันไม่ถึงขนาด The Day After Tomorrow หรือ 2012 หรอก ครั้นพอได้มองก็เป็นเช่นนั้นจริงๆเนื่องจากว่าฉากภัยดูเหมือนจะเป็นส่วนประกอบมากกว่า ในช่วงเวลาที่หัวข้อสำคัญๆจริงๆจะเกิดเรื่องการหาจุดผิดพลาดของระบบ วาเลเรียน พลิกจักรวาล จีโอสตอร์ม เมฆาถล่มโลก อันก่อให้เกิดการหาตัวคนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งผองว่านอนสอนง่ายๆมันคือหนังทริลเลอร์หาตัวผู้ร้ายน่ะครับ แต่พอดิบพอดีของที่คนร้ายใช้มันไม่ใช่แค่ปืน แม้กระนั้นมันใช้ดาวเทียมสั่งยิงสภาพภูมิอากาศลงมาแทน ของมันเลยมองใหญ่ขึ้น แต่ถ้าว่ากันถึงอารมณ์แล้ว ความลุ้นความระทึกต่างๆบางทีอาจยังไม่จัดจ้านักครับการเดินเรื่อง เอาจริงเอาจังๆมันค่อนข้างจะเรื่อยๆครับผม ถึงแม้เรื่องราวจะใหญ่ระดับโลก แม้ว่าจะคอขาดบาดตายมากแค่ไหน

แต่ว่าโทนและก็อารมณ์ของหนังมันยังใหญ่ไม่ถึงระดับที่จะต้องเป็นน่ะนะครับ อารมณ์มันเลยกั๊กๆอยู่เช่นเดียวกันแล้วก็ฉากภัยจริงๆจะมาจัดเต็มก็ขว้างไปค่อนเรื่องแล้วครับผม ระหว่างทางก็มีเภทภัยเล็กน้อยอยู่ไม่มาก จนบอกได้เลยว่าฉากภัยอันตรายที่มองเห็นในแบบอย่างนั้นน่ะคือฉากเด็ดๆส่วนมากของหนังหัวข้อนี้แล้วน่ะนะครับ ด้วยเหตุผลดังกล่าวคนไหนกันหวังอะไรใหญ่ๆให้เผื่อจิตใจไว้ก่อนเลยนี่เป็นการควบคุมหนังใหญ่ทีแรกของ Dean Devlin ครับผม ซึึ่งว่ากันตรงๆก็คือความสามารถบางทีอาจยังไม่เข้าฝัก เลยทำให้การเล่าเรื่องไม่มีลูกเล่น ไม่มีการบิ้วอารมณ์ให้ตื่นเต้น จังหวะของหนังก็เรื่อยแทนที่จะเร่งเร้า ผลที่ได้ออกมาก็เลยเป็นระดับกลาง

การจะดูหนังเรื่องนี้ให้สนุกคือคุณห้ามตั้งปัญหาเด็ดขาด

เช่นถ้าหากพบทหารอเมริกันเดินไปส่วนที่เกิดหิมะในทะเลทรายทำไมถึงไปจับผู้ที่ถูกแช่แข็งให้มือหลุดออกมา หรืออยู่ดีๆเพราะอะไรเจคไม่ปิดมือถือในศาล หรือแม้กระทั่งผู้แสดงของแดเนียล วู ทำไมถึงจำต้องพยายามทำให้ไข่ตกกับพื้นที่ฮ่องกง และก็อีกนานาสถานการณ์ที่ไม่ควรสงสัย อ่ะ…เราเตือนคุณแล้วนะครับว่าอย่าหาเรื่องผล เพราะถ้าเผลอหาเรื่องผลกับฉากที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นและก็ยังรวมทั้งสอบถามหาเหตุผลมารองรับการกระทำที่เกิดขึ้นมาจากฝีมือมนุษย์ที่ชักใยให้เกิดมหันตภัยต่างๆคุณอาจหน้าแก่ก่อนวัย หรือมีโอกาสเสี่ยงต่อภาวะเคร่งเคลียดโดยไม่จำเป็นเลยทีเดียว

รีวิว วิภาควิจารณ์หนัง ‘Geostorm’

เอาจริงๆข้างหลังๆผมก็ไม่ค่อยได้ดูหนังภัยอันตรายสักเท่าไหร่ อัตราการผลิตออกมาในตอนหลังก็เสมือนห่างๆออกไป การที่ได้มอง ‘เมฆินทร์ถล่มโลก’ ก็เลยบางครั้งก็อาจจะเป็นสิ่งที่มองแปลกไปจากหนังที่ได้ดูในขณะนี้อยู่พอควรมันเป็นหนังที่ถือเอาเหตุปัจจุบันนี้มาปูเรื่องให้แผนการที่จัดสร้างกันในเวลาถัดมานั้นดูสมเหตุผล

เป็นอีกครั้งมนุษย์เล่นบทพระผู้เป็นเจ้าด้วยการหาญกล้าขึ้นมาเป็นผู้ควบคุมลักษณะภูมิอากาศโลก ถึงแม้เมื่อภูมิภาคไหนกำลังเริ่มจะมีพายุใหญ่ ระบบนี้ก็สามารถส่งของไปกำจัดพายุจนกระทั่งหมดไป มนุษยชาติมีของอย่างงี้อยู่ในมือก็ไม่ต้องยำเกรงธรรมชาติอีกต่อไป

ไม่ว่าบนดินหรือในอวกาศก็ไม่พ้นการบ้านการเมือง

อันนี้ผมสังเกตเองว่า Geostorm บางทีอาจเป็นราวกับหนังเสริมสันถวไมตรีระหว่าง สหรัฐอเมริกาแล้วก็จีน ตั้งแต่คำบรรยายสถานที่อย่าง “ประเทศฮ่องกง เมืองจีน” ที่เป็นครั้งแรกๆที่หนังฮอลลีวูดเลือกบอกชื่อสถานที่ของประเทศฮ่องกงให้เป็นส่วนหนึ่งส่วนใดของจีน และก็ถ้ายังแน่ชัดไม่มากพอ ตัวละครของแดเนียล วู อย่าง เช็ง ยังเป็นคนแรกที่พบความไม่ปกติของทางการที่อุตสาหะปกปิดสิ่งที่ทำให้เกิดภัยแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ และยังเป็นคนที่มานะเตือน แม็กซ์ ถึงแผนการลับที่อาจมีคนอยู่เบื้องหลังเรื่องราวดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น แล้วก็ที่สำคัญที่สุดคือบทอธิบายตอนแรกเรื่องว่า ดาวเทียมชาวดัตช์บอย

เป็นความร่วมมือระดับโลกแต่นำโดยประเทศสหรัฐอเมริกาแล้วก็จีน ซึ่งจากข้อมูลเล็กๆเราอาจอนุมานได้ถึงความผูกพันธ์ทางธุรกิจระหว่างฮอลลีวูดกับจีนที่น่าจะสนิทแน่นขึ้นอีกระดับส่วนสถานะการณ์ในสถานีอวกาศก็น่าดึงดูดตรงที่หนังเลือกให้การตายของนักบินอวกาศชาวอัฟกานิสถานเป็นเสมือนชนวนที่ทำให้มองเห็นถึงความฉ้อฉลที่ทำให้ระบบดาวเทียมเลือกสร้างภัยอันตรายให้กับโลก เพราะว่าข้างหลังเจคเดินทางไปถึงสถานีอวกาศพวกเราจะพบตัวละครบนนั้นอยู่เพียงแต่ไม่กี่ชาติทั้ง เยอรมัน แอฟริกาใต้ อังกฤษและแม็กสิโก

โดยยิ่งไปกว่านั้นตัวละครจากแม็กสิโกที่พอทราบดีว่ามีคนประเทศอเมริกาอย่างเจคขึ้นไปคุมพวกเขาก็ถึงกับเอ่ยประโยค “ฉันจะถูกไล่ออกมั้ยเนี่ย” จีโอสตอร์ม เมฟฆาถล่มโลก เพื่อล้อเลี้ยนแนวนโยบายสร้างกำแพงของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แต่สถานะการณ์ในอวกาศหนังก็เลือกให้ประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นฮีโร่สร้างสันติกับทุกชาติ โดยไม่ลืมเลือนที่จะล้อเลียนความไม่ถูกกันระหว่างสหรัฐกับแม็กซิโกอีกที

เป็นการปิดท้ายสามารถขอทุนสร้างได้ตั้ง $120 ล้าน

(ในระหว่างที่ The Day After Tomorrow ลงไป $125 ล้าน) ซึ่งรายได้ขณะนี้ก็ยังประจำตัวแดงนะครับ ในอเมริกาฝืดมาก ทำไป $24 ล้านเอง (ถ้าหากรวมทั่วโลกก็ $137 ล้าน) ยิ่งสัปดาห์นี้ Thor มา อาจไม่ต้องกล่าวถึงครับ รายได้น่าจะไปได้ไม่ไกลกว่านี้สักเท่าไรก็เป็นอีกหนึ่งหนังภัยอันตรายที่ไม่เด่นแบบเต็มที่ครับผม ดาราแม้ว่าจะเล่นดี แม้กระนั้นการแจกบทหรือสร้างคาแรคเตอร์ก็ไม่มีอะไรมาก จีโอสตอร์ม เมฆาถล่มโลก ฉากตื่นเต้นแม้จะมี แม้กระนั้นด้วยมุมกล้อง ด้วยโทนเรื่องบางทีมันก็ไม่ตื่นเต้นเอาดื้อรั้นๆกระทั่งผมนึกไปถึงเรื่อง The Core เลยนะครับ ด้วยเหตุว่าประเด็นนั้นว่าไม่ค่อยมีอะไรแล้ว แต่ความระทึกใจและความลุ้นยังมีมากยิ่งกว่าประเด็นนี้พอสมควร

หนังตลกๆ

 win666.club

rannosaur

Leave a Reply

Your email address will not be published.